Google's Mobile-First Index กับ SEO ปี 2018

Mobile-First Indexing คืออะไร ? 

ปกติแล้วเวลาเราเข้า Google เราสามารถเข้าผ่านได้หลายช่องทาง Desktop, Mobile โดย mobile-first indexing เปรียบเหมือน  การที่ Google เก็บข้อมูลและได้จัดทำดัชนีในรูปแบบของการแสดงบนหน้าที่ใช้งานด้วย Smartphone หรือ on mobile นั่นเองครับ หากเว็บเราไม่ลองรับการเข้าใช้งานด้วย สมาทโฟนแล้วหละก็ การแสดงผลในการค้นหาด้วย สมาทโฟนเอง ก็จะไม่พบเว็บเราครับ โดยเว็บไซต์ที่ผ่านเกณฑ์ mobile-first indexing การเก็บข้อมูลจาก Bot ตัวใหม่ที่ใช้ชื่อว่า Smartphone Googlebot ครับ โดยลักษณะจะเป็นดังรูปตัวอย่างข้างล่าง


Mobile-first indexing Blog9T

อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Mobile-SEO

ในรูปแบบของการปรับปรุงเว็บเพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่ดีของการทำ SEO on mobile แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะด้วยกัน คือ 1. Responsive Web Design 2. Dynamic Serving และ 3. Separate URLs ขออธิบายคร่าวๆ เลยหละกันครับ
Responsive web design (RWD)


Responsive web design
ในส่วนนี้เราอาจจะรู้จักกันในรูปแบบเว็บที่เข้าได้รองรับทุกขนาดหน้าจอ เป็นเว็บที่สามารถย่อขยายตามขนาดความกว้างของหน้าจอได้ครับ และสามารถรองรับการเข้าใช้งานผ่านมือถือได้เช่นกัน โดยเบื้องต้นจะเป็นการใช้แท็ก meta ที่ชื่อว่า viewport ครับ
สามารถอ่านเพิ่มเติมส่วนนี้ได้ที่ https://developers.google.com/web/fundamentals/layouts/rwd-fundamentals/set-the-viewport
ข้อแตกต่างระหว่างเว็บ Responsive ครับ


ความแตกต่างของ Responsive web design


Dynamic Serving


Dynamic Serving

ส่วนนี้หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นมากนัก มันคือการ ปรับแต่งด้าน Server เพื่อให้แสดงผลของ HTML/CSS ที่ต่างกัน ใน URL เดียวกันในส่วนนี้สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://webmasters.googleblog.com/2011/03/mo-better-to-also-detect-mobile-user.html

Separate URLs


Separate URLs

รูปแบบนี้ดูจากชื่อแล้วอาจจะไม่คุ้น แต่ถ้ายกตัวอย่างเท่านั้นแหละ เราจะอ๋อทันทีครับ ลักษณะนี้จะเป็นการ แบ่ง URL ไว้เพื่อรองรับโดยเฉพาะเลย
ดูจากรูปภาพแล้ว ยกตัวอย่างที่เราเห็นชัดๆ ก็เช่น m.facebook.com เป็นต้นครับ ส่วนนี้อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://developers.google.com/search/mobile-sites/mobile-seo/separate-urls

สิ่งสำคัญสำหรับ Mobile-First Indexing ทาง Google ได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการแล้ว(https://webmasters.googleblog.com/2018/03/rolling-out-mobile-first-indexing.html) และได้มีการเขียนเป็น Best practices ไว้ให้ด้วย
Google ได้แบ่งประเภทเว็บไซต์ ที่มีผลกระทบดังนี้
Desktop only ไม่มีการเปลี่ยนแปลงการแสดงในผลการค้นหาแต่อย่างใด
Responsive web design ไม่มีการเปลี่ยนแปลงการแสดงในผลการค้นหาแต่อย่างใด
Canonical AMP ไม่มีการเปลี่ยนแปลงการแสดงในผลการค้นหาแต่อย่างใด
Separate URLs ในลักษณะนี้ Google จะให้ความสำคัญที่เป็น mobile ก่อน เช่น m.facebook.com > facebook.com
Dynamic serving ในลักษณะนี้ Google จะให้ความสำคัญที่เป็น mobile ก่อน
AMP and non-AMP กรณีที่เป็น AMP ที่มี URL ต่างกัน จะทำให้ แบ่งแยกเหมือน 2 เว็บไซต์ครับ
สามารถอ่าน เพิ่มเติมได้ที่ https://developers.google.com/search/mobile-sites/mobile-first-indexing

สรุปแล้วเป็นผลดี/ผลเสีย
สำหรับเว็บที่ออกแบบเพื่อผลลัพธ์ทาง SEO ที่ดี การใช้งานได้หลากหลาย จะเป็นผลดีครับ กลับกัน เว็บไซต์ที่ไม่ได้ใช้เทคนิคหรือรูปแบบดังกล่าว อาจจะส่งผลด้านลบครับ ดังนั้นเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ควรออกแบบเพื่อให้รองรับในส่วนของ Smartphone นะครับ

คำแนะนำจาก Blog9T


ตัวอย่างเว็บที่เป็นลักษณะของ AMP

ก่อนหน้านี้ผมได้แนะนำการใช้งานเรื่อง AMP ไป ให้เพื่อนๆตามอ่านต่อได้ที่ AMP กับ SEO ครับ
ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ หากอ่านแล้วคิดว่ามีประโยชน์ อย่าลืมกด Like กด Share ให้ด้วยนะครับ ^___^
อ่านต่อ Google's Mobile-First Index กับ SEO ปี 2018