เขียนบทความ SEO ให้ Google ชอบได้อย่างไร

ก่อนจะเริ่มเนื้อหาว่าบทความที่เกี่ยวข้อง อะไรยังไง ควรศึกษา เรื่อง SEO ก่อนนะครับ เมื่อผมได้ทำการศึกษาเรื่องการ เขียนบทความ SEO ในรูปแบบต่างๆดู ส่วนมากจะเป็นลักษณะในการเขียนเชิงมี Reference เป็นหลักมีการอ้างอิงตัวอย่างบทความที่ดีที่เขาเคยเขียนมาก่อนเป็นลักษณะที่เราได้ศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วเราอยากจะสรุปเรื่องนั้นแล้วนำมาเผยแพร่ต่อ อยู่มาวันนึงผมได้สนใจขั้นตอนการเขียนบทความ จริงๆแล้ว ผมได้ทำการศึกษาการเขียนบทนํา บทความตั้งแต่ปี 2012 จนตอนนี้ก็ปี 2018 ละพบว่าสิ่งที่ผมลืม และเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ ผมก็ได้ศึกษาจากตัวอย่างบทความ seo ไปเรื่อยๆจึงพบว่าจริงๆแล้วเนี่ยมีทั้งตัวอย่างบทความที่ดี และไม่ดี มันก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถเลย ขอแค่เรามีจุดหมายปลายทางสิ่งที่เราต้องการจะสื่อให้ ผู้อ่านเข้าใจ

บทความ SEO คือ

หลังจากที่ผมได้ศึกษาวิธีทำไงให้ Google หาเว็บเราเจอ เมื่อก่อนผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับการทำบล็อก การตกแต่ง การโปรโมท เขียนได้สะเปะสะปะมาก คือไม่ได้กำหนดเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้กำหนด keyword อะไรใดๆก็มีคนเข้ามาเจอบ้างไม่เจอบ้าง เลยค้นพบว่าวิธีที่จะทำให้เว็บเราไปโผล่บน Google จริงๆแล้ว สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยคือ keyword ซึ่งการที่เราหยิบ keyword เข้ามาใช้มันก็ช่วยให้มีโอกาสที่ในบทความนี้จะไปโผล่ใน Google

ตัวอย่างการเขียนบทความที่ดี

ผมอยากทราบว่าตัวอย่างการเขียนบทความที่ดีเป็นลักษณะแบบไหนมีองค์ประกอบอะไรบ้างแล้วเราจะเขียนมันออกมาได้ไหมเราต้องใช้เทคนิคการเขียนอะไรหรือเปล่าหรือเราต้องเขียนอธิบายโดยมีหลักการและเหตุผลเหมือนการทำวิจัยการทำ Thesis ผมได้ศึกษาจากเว็บที่เขารับเขียนบทความ seo แล้ว

ได้นำมาเปรียบเทียบกันว่าบทความธรรมดากับตัวอย่างบทความ seo เนี่ยมันต่างกันยังไง เมื่อผมได้ตัวอย่างมาพอจะสรุปได้ว่า ต้องเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านหรือผู้ที่เขากำลังมาค้นหาเกี่ยวกับเรื่องเดียวกัน ผมถือว่ามันดีนะผมจึงศึกษาถึงองค์ประกอบการเขียนบทความ seo ว่ามันต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้างเช่นการกำหนดหัวข้อการกำหนดรูปภาพ บริบทของเนื้อหาต่างๆเอามารวมกันเป็นบทความบทความหนึ่ง มันจะมีแต่ข้อความอย่างเดียวก็ไม่น่าจะเวิร์คผมก็เลยอาจจะต้องวางแผนในการที่จะเขียนหัวข้อหรือว่าการจะนำรูปภาพมาใช้เพื่อให้สามารถสื่อสารเข้าใจได้ง่ายๆครับ

Google ชอบบทความแบบไหน

หลายคนก็สงสัยว่าข้อความแบบไหนที่ Google ก็ชอบสิ่งที่ผมพบเลยคือความมีเอกลักษณ์ในตัวซึ่งในแต่ละบทความเนี่ยในแต่ละคนเขียนหรือตายแต่ละคนเขียนเนี่ยเขาก็จะมีเอกลักษณ์ของเขาอย่างเช่นคนที่มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญทางด้านแพทย์ในการที่เขาจะเขียนบทความหรือคำอธิบายและเขาก็จะมีอาจจะมีคำศัพท์ที่เขาใช้บ่อยๆศัพท์ทางการหรือเป็นความรู้ที่บุคคลธรรมดาเวลาอาจจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างในเหมือนคนเขียนนิยายก็จะมีวิธีการเขียนนิยายใช่ไหม อาจจะต้องมีการเขียนพอร์ตเรื่องหรือการแต่งเติมอะไรก็แล้วแต่ ตามสไตล์ของคนเขียน เขาจะใช้คำพูดหรือคำอธิบายที่แตกต่างกัน เหมือน Style ของ Blog9T บทความจะอ้างอิงจากคู่มือ SEO มันก็จะออกมา Indy หน่อย ตามอารมณ์ โดยการใช้ เทคนิคการทำ SEOเข้าช่วย นี่คือตัวตนของผมเลยปกติแล้วผมก็เป็นคนไม่ค่อยพูดมากเท่าไหร่แต่เมื่อผมได้ทดลองการเขียนบทความด้วยการพูดแล้วเนี่ยเพราะว่ามันง่ายมากในการที่เราจะเขียนบทความอะไรก็ได้ที่มันดูยาวๆ


จริงๆแล้ว ก็เหมือน บทความทั่วไป ภาษาไทย แต่ผมต้องการทดสอบอะไรบางอย่างว่าลักษณะการเขียนที่เป็นเชิงคำพูดหรือคำที่มันง่ายต่อการสื่อสาร สามารถจะเป็นบทความที่ดีได้ไหม
หลังจากที่เราได้บทความบทความหนึ่งแล้วเนี่ยเราก็จะมาจัดการองค์ประกอบต่างๆตาม SEO Onpage เช่นการกำหนดหัวข้อการแบ่งพารากราฟการกำหนดรูปภาพหรือแม้แต่การควบคุม keyword density ความหนาแน่นของ keyword การทำตัวหนาตัวเอียง

ปัจจัยสำคัญของการทำ SEO ผมเชื่อว่ามันคือ คอนเทนท์ ในการจะชนะด้วยการเขียนคนที่เป็นหนี้จริงๆแล้วจะบอกว่ามันยากก็ยากนะครับจะบอกว่ามันง่ายมันก็ง่ายเคยสังเกตไหมครับว่าบางคนเป็นหนี้มีการเป็นที่สนใจมากแต่มีการพูดปากต่อปากนั่นแหละครับเป็นหนึ่งในเทคนิค SEO ที่เราไม่ควรมองข้าม

บทความ SEO เป็นแบบไหน

สิ่งที่คุณต้องหลีกเลี่ยงในการเขียน คอนเทนท์ ก็คือ

- คอนเทนท์ที่สั้นยกตัวอย่างเช่น 150-300 คำและไม่มีรูปภาพ
- คอนเทนท์ซ้ำกับคนอื่นที่ซ้ำเช่น คอนเทนท์ ที่เกิดจาก Copy เว็บอื่น
- คอนเทนท์ที่เป็นกันเองภายในเว็บไซต์ของเรา ควรใช้แท็กที่ชื่อว่า  ‘rel=canonical’
- คอนเทนท์โดยรวมของเว็บแนวทางที่ชัดเจนว่าเว็บเกี่ยวกับอะไร

นอกจากนี้ยังมีการกำหนดหัวข้อให้มันดูเป็นธรรมชาติทั้งหัวข้อหลักและหัวข้อรองไม่ควรที่จะมีหัวข้อที่ซ้ำแต่ควรเป็นเรื่องที่เป็นเรื่องเดียวกัน

ยกตัวอย่างเช่น อยากสร้าง App ,  สร้าง App ยังไง , วิธีการสร้าง App จะสังเกตได้ว่าเนื้อหาที่ผมยกตัวอย่างมาข้างต้นเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับ App

หลายคนคงสงสัยว่าลักษณะบทความที่ดีที่จะทำอันดับดีๆควรจะต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง

Original คอนเทนท์  ควรจะต้องเจอที่เว็บไซต์คุณเป็นอันดับแรก

Original Images  ควรจะต้องเจอรูปภาพในเว็บคุณเป็นอันดับแรก

เนื้อหาที่มี 800 คำเป็นต้นไป จากที่ผมสังเกตเว็บที่มีอันดับแรกๆก็จะมีการใช้เนื้อหาในระดับกลางๆไปจนถึงระดับยาวน้อยนักที่จะเจอเนื้อหาสั้นๆ

ควรมีรูปภาพไม่ต่ำกว่า 3 รูป โดยปกติส่วนมากแล้วถ้าเกิดเนื้อหาที่มีหัวข้อหลายๆหัวข้อแน่นอนว่าจะต้องมีรูปภาพที่ไม่ต่ำกว่าเพราะหัวข้อแน่นอนครับ

Videos ควรจะมีอย่างน้อย 1 Video

ในแท็ก Title ควรจะมีไม่ต่ำกว่า 4 คำ เป็นต้นไป

หัวข้อหลัก (H1) Tag

หัวข้อย่อย (H2,H3,H4) Tags  ในความคิดเห็นของผมโดยส่วนตัวแล้วถ้าเราไม่สามารถแยกเป็นหัวข้อย่อยได้ขนาดนั้นเนี่ยควรจะต้องมี (H2)

โครงสร้างภาษาหรือประโยคที่จะสื่อ ว่าสามารถเข้าใจได้ง่ายไหม

การใช้คำที่ถูกต้อง การสะกดผิดอาจไม่เป็นผลดี

การใช้ Title Tag ด้วย Keywords

การกำหนด Title Tag

แน่นอนว่าเรามี keyword หลักที่เราต้องการที่จะทำอันดับในหน้านี้อยู่แล้วและเราก็ได้นำ keyword นี้กำหนดใน Title Tag  ควรหลีกเลี่ยงการ stuffing keyword หรือการใช้ keyword ซ้ำซ้ำกันใน Title Tag
อย่างไรก็ตามถ้าเราได้นำ keyword มาใช้ในหัวข้อแล้วเนี่ยเราควรจะต้องใช้ให้ดูน่ากดเข้ามาอ่าน
ถ้าเราสามารถสร้าง Title ได้แบบว่าคุณเห็นแล้วขี้เข้ามาทันที Google เนี่ยเขาก็จะให้คะแนนที่ดีกว่าเดิมหรือมีโอกาสที่จะทำให้อันดับของเราดีขึ้นอีกด้วย

การกำหนด Keyword Tag



แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณก็ไม่ควรจะใช้ข้อความที่เจาะจงให้คิดเพราะว่า Google เนี่ยเขาวัดจากผู้ใช้งานเป็นหลักหาก Google เนี่ยพบว่ามีการกดเข้าไปแล้วก็จริงแต่เนื้อหาไม่น่าสนใจเลยก็จะปิดทิ้งซึ่งแน่นอนว่าเป็นผลเสียอาจจะทำให้อันดับของคุณตกลงมากกว่าเดิม

การใช้ Title Tag ที่ไม่ซ้ำ (Unique Title)

ในปัญหาภายในเว็บไซต์ของเรานั้นก็ไม่ควรที่จะใช้ซ้ำกันในแต่ละหน้าถูกไหมครับเราลองนึกภาพดูนะครับว่าถ้าเกิดมีการใช้แต่ต้นเหตุที่ซ้ำกันหลายๆหน้ามันจะทำให้เกิดผลต่อผู้ใช้งานแล้วแน่นอนว่า Google เขาก็ไม่โอเคครับ

การสแปม keyword ใน Title Tag

คุณไม่ควรที่จะใช้ keyword หลายๆตัวเนี่ยอยู่ในสายตาเดียวกันเพราะ Google เนี่ยเขามี AI ที่สามารถตรวจจับไตเติลได้ว่าไตเติ้ลแบบไหนที่มีการสแปม keyword ดังนั้นเราควรจะหลีกเลี่ยงนะครับ

Description หรือคำอธิบาย

การใช้งาน Meta Description

ปกติแล้วเราควรที่จะต้องมี Meta Description  ยกตัวอย่างเช่น plugin seo ที่ชื่อว่า Yoast ของ wordpress ได้แนะนำการกำหนด meta tag ตัวนี้ด้วยจะสังเกตได้ว่าถ้าเกิดเราเขียนออกมาดีๆเนี่ยมันอาจจะช่วยให้ตอนที่มันไปโผล่ในผลลัพธ์ในการค้นหาเนี่ยมันอาจจะทำให้เป็นจุดที่น่าสนใจทำให้เกิดมีการกดเข้ามาดูมากขึ้นนะครับ

การสแปม keyword ใน Description

มันก็เหมือนกับไตเติ้ลนั่นแหละครับ เราคนเขียนให้มันดูเป็นธรรมชาติและบอกผู้ใช้งานได้ว่าในหน้านี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรหรือเป็นข้อความที่น่าสนใจเช่นขณะนี้กำลังลดราคาพิเศษ มันจะช่วยให้เพิ่มโอกาสที่จะเข้ามามากขึ้นครับ

อย่างไรก็ตามเราก็ไม่ควรจะใช้ทำธุรกิจหลอกลวงหรือว่าหลอกล่อให้ ผู้ใช้งานเข้ามากคลิกจนเกินไป เพราะ Google เขาก็ตรวจจับได้เช่นกัน

หัวข้อเรื่อง (Heading Tag) 

เทคนิคการนำ Heading Tag เข้ามาใช้งาน

ในทุกๆหน้าควรจะต้องมีองค์ประกอบที่ชื่อว่า H1, H2, H3  เป็นต้นและควรจะมี H1 ในทุกๆหน้าเพราะว่าจะเป็นการกำหนดหัวข้อหลักได้ว่าในหน้านี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรและถ้าเรามี keyword หลักที่เราต้องการใช้งานเราควรจะต้องมี keyword ตัวนั้นอยู่ภายใต้ H1 ด้วย และที่สำคัญก็ควรจะมีใน H2 หรือ H3 ด้วย


ถ้าจะให้ดีเนี่ยควรจะใช้ คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง หรือ related keywords ในหัวข้อยิ่งถ้าเป็นคำถามที่ตอบโจทย์ผลการค้นหาได้แล้วยกตัวอย่างเช่น จะสร้างบล็อกได้อย่างไร เป็นต้น

รูปภาพ (Image)

ควรจะเป็นรูปภาพที่ไม่ซ้ำใครหรือรูปภาพที่มาจาก Creative Commons  หรือรูปภาพที่สามารถนำมาแก้ไขและนำมาใช้งานต่อได้เป็นรูปภาพที่เจ้าของได้อนุญาตให้นำไปใช้ต่อได้ ที่จะนำมาแก้ไขเพื่อให้มันไม่ซ้ำ ก็จะดีครับ

คุณก็ควรจะเช็ครูปภาพที่อยู่ภายใต้ในเว็บไซต์ของเราด้วยการอัพโหลดการกำหนด URL ให้รูปภาพสำคัญควรจะต้องไม่ซ้ำกัน Google เขามี AI ในการตรวจสอบรูปภาพภายในเว็บไซต์ด้วยเช่นเว็บไซต์ของคุณเกี่ยวกับหมาคุณก็ควรจะต้องเอารูปภาพกับหมาลงในหน้าเว็บต้องไม่ใช่แมว

ที่สำคัญ Google จะอ่านข้อความที่อยู่ใกล้ๆกับรูปภาพ และการนำแท็กคำอธิบายรูปภาพ Alt Tag เพื่อเป็นการบ่งบอกว่ารูปภาพนั้นเกี่ยวกับอะไร

วิดีโอ (Video)

การนำวีดีโอจาก YouTube Channel ของเราหรือวีดีโอที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเรามันจะไม่ทำให้อันดับดีขึ้น

คำแนะที่เป็นผลดีด้าน SEO จาก Blog9T

จำนวนคำ (Word Count)

Word Count ที่หลายคนมองข้าม

โดยปกติแล้วเราก็ไม่ได้จำกัดหรอกครับว่าเราควรจะต้องมีจำนวนคำใน คอนเทนท์ เท่าไหร่ถึงจะดีแต่การที่มีจำนวนคำมากๆเนี่ยมันจะช่วยให้เราสามารถ แทรก keyword  ได้มากขึ้นยิ่งเนื้อหามีความยาวมากเท่าไรมันก็บ่งบอกได้เลยว่าคุณเนี่ยเป็นมืออาชีพแน่นอนว่าถ้าคุณไม่เชื่อคุณลองค้นหาในเว็บที่คิ้วบันไดคิ้วหนึ่งก็ได้แนะนำเบื้องต้นเนี่ยเนื้อหาเขาก็จะไม่ได้สั้นจนเกินไปไม่เชื่อคุณก็ลองค้นหาเลย

ความหนาแน่นของ keyword (Keyword Density)

จริงๆแล้ว 1 ในตัวแปรที่สำคัญคือการนำ keyword นำมาใช้ใน คอนเทนท์ ถูกไหมครับแต่แล้วหากเราใช้มากเกินไปมันก็อาจจะส่งผลเสียดังนั้นเราควรจะกำหนดให้ดี

อยากให้เพื่อนๆลอง เขียนบทความมาสัก 2 อย่างในบทความแรกเป็นบทความสั้นๆกับอิบวกความจริงที่เป็นบทความยาวและแทรก keyword จำนวนที่เท่ากัน  ประมาณ 2-3 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนคำทั้งหมด เช่นถ้า คอนเทนท์ มีจำนวน 100 คำว่าควรมี keyword อยู่ใน คอนเทนท์ 2-3 ตำแหน่ง

จริงๆแล้วมันมีเทคนิคการนำ keyword มาใช้ให้ดูเป็นธรรมชาตินั่นก็คือเราจะใช้ keyword ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้คอนเทนท์เราดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

เทคนิคลับที่หลายๆคนมองข้ามคือการนำ keyword มาใช้ได้ 100 คำแรกและ 100 คำสุดท้าย ของ  คอนเทนท์ ถ้าอยากรู้ก็ต้องลองด้วยตัวเองครับ

มัลติมีเดีย สื่อต่างๆ (Multimedia)

Multimedia ลูกเล่นที่ทำให้เว็บไซต์เจ๋งขึ้น

มันจะดีมากหากใน คอนเทนท์ เนี่ยมีสื่อนอกจากข้อความรูปภาพเช่น slideshow, podcasts, videos ทั้งในแชนแนลของคุณเองหรือว่าเป็นการอ้างอิงที่มาจากเว็บที่มีความน่าเชื่อถือสูงหรือเว็บที่มีอันดับสูงสูงนั้นเอง

การกำหนดลิงค์ภายใน (Internal Contextual Linking)

Interneal Contexual Linking

มันคือลิงค์ที่อยู่ภายในหน้าเว็บนั้นโดยจะเป็นลิงค์ที่อยู่ในบริเวณ คอนเทนท์ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนบนส่วนกลางหรือส่วนล่าง

การกำหนด Link ให้ดีนั้นควรจะต้องเป็นลิงค์ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันในหน้าเว็บของเราและ Google ได้บอกว่าการเชื่อมโยงลิงค์นั้นสำคัญมากเพราะว่าถ้าผู้ใช้งานมีการคลิกลิงค์อ่านต่อมันก็จะเป็นผลดีเหมือนเวลาเราอ่านหนังสือในหน้าแรกแล้วก็อยากเปิดหน้าต่อไปอาจถูกไหมครับ

แสปม คอนเทนท์ (Spam Content)

Spam Content มันไม่ดี

ถ้าคุณเลือกใช้ Spam Content ในหน้าเว็บของคุณเช่น คอนเทนท์ ที่เกิดจากการ Copy หรือเป็นเนื้อหาที่ไม่มีคุณค่าต่อผู้ใช้งานแน่นอนว่าไม่นานคุณจะถูกจัดอันดับที่ลดลงในที่สุด

ข้อความที่ซ้ำกัน (Duplicate Text)

อย่าให้มี Duplicate Text

หากเว็บไซต์ของเรามีข้อความที่ซ้ำกับหลายๆเว็บ Google ก็จะมองว่าเราอ่ะไป Copy เนื้อหาเป็นชาวบ้านมาหรือเปล่าแน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้เลยถ้าเราจะอันดับดีกว่าเว็บที่เราไปก็อปมา
อย่างไรก็ตามหากคุณ ต้องใช้เนื้อหาที่เหมือนๆกันเราควรจะนำเนื้อหานั้นมาสรุปให้เข้าใจในมุมมองของเราจะเป็นคนดีกว่านะครับ

คอนเทนท์ ที่สดใหม่ (Fresh Content)

Fresh Content ดีเสมอ

เราควรที่จะนำเนื้อหาที่สุดใหม่นำมาอัพเดตในเว็บของเราหรือในหน้าเว็บที่มีการจัดอันดับสูงอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่นเคล็ดลับการทำ seo 2017 ภายในเนื้อหานั้นมันจะมาใช้ในปี 2018 มันก็คงอาจจะเป็นไปไม่ได้แต่ถ้าหากเป็นเนื้อหาที่เราอัพเดตสำหรับปี 2018 แล้วเราก็มันจะช่วยให้เป็นผลดีนะครับ
Google จะให้คะแนน คอนเทนท์ ที่สดใหม่ หรือ คอนเทนท์ ที่มีการอัพเดทล่าสุดเสมอ

อัตราส่วนการแสดงโฆษณาใน คอนเทนท์

ตามปกติแล้วเมื่อเว็บเหล่านี้ได้มีการลงโฆษณาหรือการติด ads  Google ไม่ได้ต้องการให้คุณทราบเป็นมาเพื่อโฆษณาแต่อย่างเดียวคุณลองนึกภาพหากภายในหน้าเว็บของเรามีเนื้อหาแค่นิดเดียวเกือบเป็นโฆษณาทั้งหมดขนาดเวลาเราดูทีวีที่โฆษณาบ้างที่เรายังอยากจะกดเข้าถูกไหมครับ

การนำโฆษณาเข้ามาแทรกเยอะๆเนี่ยอาจจะเป็นผลเสียเพราะนอกจากว่าจะทำให้ผู้ใช้งานไม่ชอบแล้วเนี่ย Google เขาก็ไม่ชอบด้วยนะครับ

เป็นยังไงกันบ้างครับกับเทคนิคการทำ seo โดยเน้นไปในทางการทำ contact จะสังเกตได้ว่ามีเทคนิคหลายๆอย่างเลยที่เราอาจจะต้องลองทดสอบด้วยตัวเองผมเชื่อว่าสิ่งต่างๆหรือปัจจัยที่ผมกล่าวมานั้นอาจจะใช้ได้ผลหรือไม่ได้ผล แต่จากสถิติที่กล่าวมาข้างต้นอันดับต้นๆมักจะใช้ คอนเทนท์ หรือเทคนิคลักษณะที่ผมได้บอกไปทางนั้นหากคุณไม่เชื่อคุณก็ลอง ตรวจสอบใน keyword ที่คุณกำลังทำอยู่ก็ได้


สิ่งที่คาดหวังจากการทดสอบครั้งนี้คือผมเขียนบทความด้วยการใช้คำพูด โดยเครื่องมือของ Google ที่ชื่อว่า Voice typing สำหรับท่านที่สนใจนะครับ สามารถเข้าไปได้ที่ Google doc
ถ้าเพื่อนๆ ไม่เข้าใจ มีข้อติชมหรือมีคำแนะนำใดๆ เกี่ยวกับการเขียนบทความ เทคนิคการเขียน สามารถพูดคุยกันในแฟนเพจครับ Facebook.com/blog9tอ่านต่อ เขียนบทความ SEO ให้ Google ชอบได้อย่างไร