Google ใจดีออกคู่มือสำหรับ ทำ SEO 2018 แล้ว

สรุปสิ่งที่ดี ในการทำ SEO 2018 จาก คู่มือเริ่มต้นการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนเครื่องมือการค้นหา (SEO) ของ Google โดย Blog9t

เร็วๆนี้ ทาง Google ได้ทำคู่มือสำหรับการเริ่มต้นปรับแต่งเว็บไซต์ หรือที่เรียกสั้นๆว่า SEO ซึ่ง Google ได้ Guide ออกมาใน Version ที่เป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ผมเองได้อ่านมาคร่าวๆ แล้วเลยอยากมาสรุปย่อๆ ให้เพื่อนๆได้ทราบกันครับว่า การทำ SEO ในปี 2018 และในภายภาคหน้าเนี่ย เราควรจะต้องทำในรูปแบบใด โดยคู่มือการทำ SEO 2018 ที่สรุปโดยย่อนี้ เนื้อหาโดยละเอียด (สามารถอ่านต่อในฉบับสมบูรณ์ที่ ลิ้งข้างล่างสุดครับ)

ข้อมูลใน Robots.txt
การบอกว่า Google จะเข้าหน้าไหนในเว็บเราได้บ้าง หรือต้องการให้เก็บข้อมูลหน้าไหน หน้าไหนไม่ต้องการให้เก็บข้อมูล เราจึงต้องกำหนดว่า หน้าไหนสำคัญอยากให้ ทาง Google เก็บข้อมูลสรุปสั้นๆได้ว่า ควรมี ไฟล์ที่ชื่อว่า "robots.txt" ใน เว็บไซต์ของเพื่อนๆ โดยวางใน ที่อยู่ที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดหรือ root folder ครับ สำหรับ Blogger อย่างผม Google เขามี robots.txt ไว้ให้อยู่แล้วครับ เพื่อนๆสามารถเข้าไปแก้ไข้ได้ที่ใน


Title Tag : หรือ ที่เราเรียกว่า <title></title>
ใช้เขียนหัวเรื่องเพื่ออธิบายเนื้อหาในหน้าอย่างถูกต้อง
ให้เพื่อนๆเขียนเพื่อที่อ่านได้อย่างเป็นธรรมชาติและสื่อสารหัวข้อของเนื้อหาในหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ <title>Google ใจดีออกคู่มือ ทำ SEO</title>

Meta-tag Description : หรือที่เราจะเห็น <meta name="description" content=""> ในส่วนของ <head></head>
เราจะเขียนคำอธิบายที่ให้ข้อมูลและดึงดูดความสนใจจากผู้ใช้ หากผู้ใช้เห็นเมตาแท็กคำอธิบายเป็นตัวอย่างข้อมูลในผลการค้นหา แม้ว่าข้อความในเมตาแท็กคำอธิบายจะยาวเท่าใดก็ได้  ซึ่งเราควรจะสรุปเป็นคำอธิบายสั้นๆ ของหน้านั้นว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร เช่น <meta name="description" content="Blog9t สรุปเนื้อหาจากคู่มือการทำ SEO 2018 จาก Google เป็นต้น">

Mark-up : Structure
ตรวจสอบมาร์กอัปโดยใช้เครื่องมือทดสอบข้อมูลที่มีโครงสร้าง
เมื่อมาร์กอัปเนื้อหา  เพื่อนๆสามารถใช้เครื่องมือทดสอบข้อมูลที่มีโครงสร้างเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดในการใช้งาน โดยจะใช้วิธีป้อน URL ที่มีเนื้อหาดังกล่าวหรือจะคัดลอก HTML จริงซึ่งมีมาร์กอัปนั้นก็ได้  https://search.google.com/structured-data/testing-tool

HTTPS : http
โปรโตคอล://ชื่อโฮสต์/เส้นทาง/ชื่อไฟล์
ตัวอย่าง https://blog9t.blogspot.com/2017/12/ultimate-seo-ranking-factors-2018.html
โดยทาง Google ได้แนะนำว่าให้ทุกเว็บไซต์ใช้ https:// 

ลำดับขั้นของเว็บไซต์ : Breadcrumbs
สร้างลำดับชั้นที่มีความต่อเนื่องอย่างเป็นธรรมชาติ
อย่างตัวอย่างนี้ ทาง Blogger ได้ใช้ลักษณะรูปแบบของ breadcrubs เป็น Tag > ชื่อเรื่อง สำหรับเพื่อนๆที่ใช้ Blogger cบบเดียวกับผม สามารถกำหนด ได้ ที่ ป้ายกำกับ ให้เรียงตามที่ต้องการได้เลยครับ
https://developers.google.com/search/docs/data-types/breadcrumbs

Content : เนื้อหา
เขียนข้อความที่อ่านง่าย และเป็นภาษาธรรมชาติของผู้เขียน ทำยังไงก็ได้ให้ผู้อ่าน สามารถอินไปกับเราได้ 555 โดย Google ได้ทิ้งข้อความไว้ให้ว่า "บรรดาผู้ใช้จะเพลิดเพลินไปกับเนื้อหาที่เขียนออกมาดีและติดตามได้ง่าย"

การเชื่อมโยงลิ้ง : Anocher text
เลือกข้อความที่สื่อความหมาย
อย่างน้อย anchor text ที่คุณใช้สำหรับลิงก์ควรบอกข้อมูลเบื้องต้นว่าหน้าที่ลิงก์ไปนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องใด เช่น ทำ SEO 2018 ยังไงให้ได้ผล

External link : ให้ใช้ rel="nofollow"
การตั้งค่าแอตทริบิวต์ "rel" ของลิงก์เป็น "nofollow" จะบอก Google ว่าบางลิงก์ในเว็บไซต์ไม่ควรมีการติดตามหรือหน้าที่ลิงก์ไปไม่ควรเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากชื่อเสียงของหน้าเว็บของคุณ การใช้คำสั่ง nofollow กับลิงก์หนึ่งๆ คือการเพิ่ม rel="nofollow" ในแท็ก Anchor ของลิงก์นั้น ส่วนมากเราจะใช้ต่อเมื่อเราต้องการ เชื่อมโยงลิ้งอ้างอิง หรือลิ้งที่ออกสู่ภายนอกของเว็บไซต์ของเรา เป็นต้นครับ

ALT tag : อธิบายรูปภาพ
ใช้ชื่อไฟล์และข้อความ Alt ที่สั้นๆ แต่สื่อความหมาย
เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ อีกมากมายของหน้าเว็บที่เป็นเป้าหมายของการเพิ่มประสิทธิภาพ ชื่อไฟล์และข้อความ Alt จะใช้ได้ผลดีที่สุดเมื่อมีขนาดสั้นๆ แต่สื่อความหมาย <img alt="ทำ SEO ปี 2018 ด้วย 11 เทคนิคขั้นเทพ 1"  src="https://blog9t.blogspot.com/logo.png"> เป็นต้นครับ

ทำให้เว็บไซต์เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ : Mobile friendly
ทดสอบว่า เว็บหรือบล็อกของเรา เข้าด้วย โทรศัพท์มือถือ แล้ว แสดงผล ได้ถูกต้องหรือ ไม่ รองรับหรือเปล่า เพื่อนๆ สามารถทดสอบ ได้ที่ https://search.google.com/test/mobile-friendly เพื่อดูว่า Google คิดว่าเว็บไซต์ของเพื่อนๆทำงานได้ดีบนอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือไม่ หากเพื่อนๆ ได้ทำไว้โดยเฉพาะมือถือแล้วหละก็ ให้ใช้การ Redirect ไปยังหน้าที่รองรับด้วย Mobile friendly ครับ เช่น https://m.facebook.com เป็นต้นครับ

โปรโมตเว็บไซต์
เดี๋ยวนี้ Social Media เป็นที่นิยมอย่าง Facebook แน่นอนว่าการโปรโมทเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเว็บของเพื่อนๆ ได้ง่ายขึ้นครับ เว็บไซต์ต่างๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้โต้ตอบและแชร์ข้อมูลกันได้ช่วยให้คุณจับคู่กลุ่มเป้าหมายกับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

วิเคราะห์ประสิทธิภาพในการค้นหาและพฤติกรรมผู้ใช้
หากเพื่อนๆ ได้ทำการแก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูล เราจะให้ Google ทำการจัดทำดัชนีเว็บไซต์โดยใช้ Google Search Console หรือถ้าเพื่อนๆอยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าชมที่มายังเว็บไซต์ของเพื่อนๆ ผมขอแนะนำตัวนี้เลยครับ Google Analytics จะให้ข้อมูลเชิงลึกที่ทรงคุณค่าในเรื่องนี้ได้
- สามารถดูข้อมูลเชิงลึกว่าผู้ใช้เข้าถึงและมีพฤติกรรมอย่างไรในเว็บไซต์
- สามารถดูเนื้อหายอดนิยมในเว็บไซต์
- สามารถวัดผลกระทบจากการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์

หากเพื่อนๆ ต้องการอ่านข้อมูลแบบเต็มๆ สามารถตามไปอ่านกันต่อได้ที่
https://support.google.com/webmasters/answer/7451184?hl=th


Blog9t