การทำ SEO 2022 ให้เว็บคุณขึ้นอันดับ 1 Google

SEO 2021/2022 อัปเดตเทรนล่าสุด

1. Search Engine Optimization คืออะไร
2. การทำ SEO คืออะไร สําคัญอย่างไร และ ทําอย่างไร
2.1 SEO ทําอย่างไร
2.2 วิธีทำ SEO ในยุคที่ Google คือ Search Engine อันดับ 1
2.3 สอนทำ SEO วิธีทําให้เว็บติด Google
2.4 SEO trends 2022
3 On Page SEO ทำยังไง
3.1 ตัวอย่างการเขียนบทความที่ดี มีคุณภาพ
3.2 Google ชอบบทความแบบไหน
4 Off Page SEO ทำยังไง
5 SEO Trends 2022

Search Engine Optimization คืออะไร

SEO หรือชื่อเต็ม (Search Engine Optimization) คือทํายังไงให้เพจติดหน้าแรก google เรียกสั้นว่าการทํา SEO การปรับแต่งเทคนิค และวิธีการต้องละเอียดมากขึ้น ปรับแต่งออนเพจดันอับดับหน้าแรก เขียนเนื้อหาที่ดีที่มีคุณภาพจะช่วยให้อันดับดีขึ้น ฟรี Blog9T เปรียบเหมือนการทำเว็บไซต์, บล็อก ที่ Google ต้องรู้จัก และให้ความสำคัญในการจัดอันดับที่ดี อันดับ 1 ก็ดี หน้าแรก ก็ดี แล้วอะไรหละคือสิ่งที่เราต้องทำเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ดังที่ว่ามานี้ ในปี 2021/2022 นี้ เราต้องปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ เรื่องการใช้เทคนิค On Page SEO ทำยังไง และวิธีการต้องละเอียดมากขึ้น ทั้งการปรับแต่งออนเพจอีกทั้ง Off Page SEO ทำยังไง

การทำ SEO คืออะไร สําคัญอย่างไร และทําอย่างไร

การทํา seo คือกระบวนการที่เราพยายามทำทุกอย่างเพื่อดันอันเว็บไซต์ของเราให้ติดหน้าแรก Google
ทำทุกอย่างเป็นไปเพื่อดันเว็บไซต์ของเรา(ทําเว็บให้ติดหน้าแรก google) ให้ได้ ซึงทั้งหมดทั้งมวลมี นิยามของ SEO อาจจะต่างมุมมองอยู่ที่ว่าเราจะมองมุมไหนสำหรับผมแล้วผมทํา SEO ด้วยตัวเอง เลยต้องพยายามศึกษาหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ ส่วนมากจะมี Update Algorithm ที่ผมพยายามติดตาม

SEO ทําอย่างไร

SEO ทำอย่างไร มีประโยชน์กับเราอย่างไร ทำไมเราจึงต้องศึกษาการทำ SEO เพราะนั่นเป็นหนึ่งในผลลัพท์ที่จะเพิ่มโอกาสช่องทางการเข้าถึงและรู้จักในโลกออนไลน์ ทุกครั้งเวลาต้องอธิบายถึงประโยชน์ของ การ ทํา SEO หลายคนมักจะตั้งคำถามเหมือนกับผม ตอนแรกผมก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไปเพื่ออะไร แต่เราลองมามองพฤติกรรมของเราเองสิครับ เวลาเราค้นหาบางอย่าง แล้วมันตอบสนองความต้องการเราได้ ส่วนมากพอเราเริ่มค้นหาใน Google เรามักจะเห็นผลลัพท์ที่มีการจัดอันดับมาอยู่แล้ว แต่เราก็เลือกที่จะเข้า เว็บที่ 1 2 3 คงเป็นไปได้ยากใช่ไหมครับถ้าจู่ๆ ค้นหาปุ้ป กดไปหน้า 10 เลย 555
ถ้าเปรียบเทียบร้านอาหารก็เหมือนทำเล หากว่าร้านเราอยู่หน้าปากซอย ใครเดินผ่านก็เห็นก็เข้ามาได้ไง แต่กลับกันถ้าร้านเราอยู่ในซอยลึก กว่าจะเข้าไปถึงแบบว่า เลี้ยวซ้ายหน่อย ตรงไป เจอทางแยกเลี้ยวขวา โอย กว่าจะเข้าไปถึง มันก็เหมือนกับการทำ SEO นั่นแหละครับ ถ้าเว็บไซต์ของติดหน้าแรก Google ได้นั่นหมายความว่าทำเลของเว็บไซต์เราดีมากๆ เพราะ การทํา google search ในเว็บเรา คนเข้าเว็บไซต์มากขึ้น ขายของได้มากขึ้น = รายได้มากขึ้น คนรู้จักเว็บไซต์มากขึ้น = เว็บไซต์เราดัง นี่ไงหละประโยชน์เน้นๆ อิอิ

วิธีทำ SEO ในยุคที่ Google คือ Search Engine อันดับ 1

โดยหลักการทำ SEO สำหรับผม คือการปรับแต่งภายในเว็บไซต์ (Structure, Contents) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้เว็บไซต์มีความเกี่ยวข้องกับ Keyword(คำค้นหา) ที่ต้องการจะทำ SEO มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

สอนทำ SEO วิธีทําให้เว็บติด google

การทำ SEO ที่ดี ควรเน้นไปที่ประโยชน์ที่ผู้ค้นหาจะได้รับจากเนื้อหาภายในเว็บเรา เช่นผมเวลา ค้นหาเพจ ใน google ไม่เจอ ก็เพราะต้องการข้อมูลอะไรบางอย่างหรือต้องการแก้ปัญหาอะไรบางอย่าง
ถ้าเนื้อหาที่เจอ สามารถตอบโจทย์หรือ แก้ปัญหานั้นให้ถือว่าเป็นน วิธีทําให้เว็บติด google ที่ดีและเป็น วิธีทําให้ google หาเว็บเราเจอ สมมุติ อยากรู้ว่า ทํายังไงให้ เพจ ติดหน้าแรก google ค้นแล้วเจอ Blog9T กดเข้าไปอ่าน เกี่ยวกับสอนทำ SEO หรือต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับ บริษัท รับทำ SEO เป็นต้น ผมได้สรุปเทรน SEO ที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับทําเว็บให้ติดหน้าแรก google คือ
1. Featured Snippets
2. Structured data
3. User experience
4. Page Speed
5. Content matters
6. Voice search
7. Google’s Mobile First Index
8. BackLinks
การปรับแต่ง On-Page ที่ดีจะเป็นพื้นฐานของเว็บไซต์ที่ดี เว็บไซต์ที่รองรับการใช้งานบน Mobile เว็บไซต์ที่ดาวน์โหลดได้รวดเร็วกว่าก็ย่อมได้เปรียบเว็บไซต์ที่ดาวน์โหลดได้ช้า เว็บไซต์ที่จัดโครงสร้างของเว็บไซต์ได้ดี เข้าถึงส่วนต่างๆได้ง่ายจะช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาส่วนต่างๆได้ง่ายเช่นกัน ตัวอย่างของการทํา SEO Blogger ที่ดี เนื้อหาต้องดี เข้าใจง่ายมือถือต้องเข้าได้ คีย์เวิร์ดก็สำคัญเข้าผ่านด้วยมือถือ ต้องรวดเร็วและทันควัน โครงสร้างต้องสวยงาม มีจุดโดดเด่นบนหน้าค้นหา Backlinks ก็ต้องมี แต่ขอคัดคุณภาพหน่อยแล้วกัน ถ้าทำทุกอันตาที่กล่าวมา Google รักแน่นอน Blog9T รับประกัน มันไม่ใช่ความพยายามในการเอาชนะ Google แต่มันคือการพยายามสร้างเว็บไซต์สร้างเนื้อหาที่ทุกคนชอบ เมื่อมีคนชอบ Google ก็จะชอบเราเอง จะจีบลูกสาวเขาทั้งทีต้องทำโปรไฟล์ให้ดูดีเข้าไว้
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ผมได้นำ Google SEO 2021/2022 ในหัวข้อ แนวทาง การทำ SEO 2021/2022 มาให้ชมกันอย่างต่อเนื่อง หากใครที่ไม่ได้อ่านมาถึงตรงนี้ ผมขอบอกเลยว่าคุณพลาดมากๆ
ช่วงนี้ Google ได้ปรับเปลี่ยน Algorithm อยู่เรื่อยๆ ซึ่งหลายๆปัจจัยที่เรามักจะควบคุมไม่ได้เกิดขึ้นมากมาย และปีนี้เอง ผมได้ทดลอง พยายามหาปัจจัยที่เราสามารถควบคุมมันได้ และคิดว่ามันน่าจะส่งผลดีโดย หลักการทำ seo แบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ On-page และ Off-page

On Page SEO ทำยังไง

หากเราทราบกันดีแล้วว่า SEO คืออะไร สําคัญอย่างไร ขั้นตอนต่อไปเราต้องเรียนรู้เกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อ SEO 1. Quality Content Google ต้องการให้บนหน้าผลลัพธ์ในการค้นหา แสดงเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง ดังนั้นเราต้องทำการเรียบเรียงเนื้อหาให้ดูดีที่สุด ที่สำคัญต้องเกี่ยวเนื่องกับ Keyword ด้วย นอกจากจะเนื้อหาที่ยาว และดีแล้ว ยังต้องมีรูป หรือ Video เพื่อตอบสนองต่อผู้เยี่ยมชม เพิ่มลูกเล่นให้น่าติดตามมากขึ้น แน่นอนว่า UE หรือ User Experience เป็นสิ่งสำคัญ การออกแบบหน้า page ให้ตอบสนองได้ดี ลองคิดว่าหากเปิดมาเจอแต่โฆษณาเต็มหน้าเลย บางทีเรายังไม่ OK เลย ซึ่ง Google ก็มองเช่นกัน

ตัวอย่างการเขียนบทความที่ดี มีคุณภาพ

ผมอยากทราบว่าตัวอย่างการเขียนบทความที่ดีเป็นลักษณะแบบไหนมีองค์ประกอบอะไรบ้างแล้วเราจะเขียนมันออกมาได้ไหมเราต้องใช้เทคนิคการเขียนอะไรหรือเปล่าหรือเราต้องเขียนอธิบายโดยมีหลักการและเหตุผลเหมือนการทำวิจัยการทำ Thesis ผมได้ศึกษาจากเว็บที่เขาการทํา seo wordpress แล้ว
ได้นำมาเปรียบเทียบกัน กับ การทำ seo blogger ว่าทำยังไงให้เว็บขึ้น google ทั้งๆที่คนละ Platform กัน เมื่อผมได้ตัวอย่างมาพอจะสรุปได้ว่า ต้องเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านหรือผู้ที่เขากำลังมาค้นหาเกี่ยวกับเรื่องเดียวกัน ผมถือว่ามันดีนะผมจึงศึกษาถึงองค์ประกอบการเขียนบทความ seo ว่ามันต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้างเช่นการกำหนดหัวข้อการกำหนดรูปภาพ บริบทของเนื้อหาต่างๆเอามารวมกันเป็นบทความบทความหนึ่ง มันจะมีแต่ข้อความอย่างเดียวก็ไม่น่าจะเวิร์คผมก็เลยอาจจะต้องวางแผนในการที่จะเขียนหัวข้อหรือว่าการจะนำรูปภาพมาใช้เพื่อให้สามารถสื่อสารเข้าใจได้ง่ายๆครับ

Google ชอบบทความแบบไหน

หลายคนก็สงสัยว่าข้อความแบบไหนที่ Google ก็ชอบสิ่งที่ผมพบเลยคือความมีเอกลักษณ์ในตัวซึ่งในแต่ละบทความเนี่ยในแต่ละคนเขียนหรือตายแต่ละคนเขียนเนี่ยเขาก็จะมีเอกลักษณ์ของเขาอย่างเช่นคนที่มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญทางด้านแพทย์ในการที่เขาจะเขียนบทความหรือคำอธิบายและเขาก็จะมีอาจจะมีคำศัพท์ที่เขาใช้บ่อยๆศัพท์ทางการหรือเป็นความรู้ที่บุคคลธรรมดาเวลาอาจจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างในเหมือนคนเขียนนิยายก็จะมีวิธีการเขียนนิยายใช่ไหม อาจจะต้องมีการเขียนพอร์ตเรื่องหรือการแต่งเติมอะไรก็แล้วแต่ ตามสไตล์ของคนเขียน เขาจะใช้คำพูดหรือคำอธิบายที่แตกต่างกัน เหมือน Style ของ Blog9T บทความจะอ้างอิงจากคู่มือ SEO มันก็จะออกมา Indy หน่อย ตามอารมณ์ โดยการใช้ เทคนิคการทำ SEO เข้าช่วย นี่คือตัวตนของผมเลยปกติแล้วผมก็เป็นคนไม่ค่อยพูดมากเท่าไหร่แต่เมื่อผมได้ทดลองการเขียนบทความด้วยการพูดแล้วเนี่ยเพราะว่ามันง่ายมากในการที่เราจะเขียนบทความอะไรก็ได้ที่มันดูยาวๆ
จริงๆแล้ว ก็เหมือน บทความทั่วไป ภาษาไทย แต่ผมต้องการทดสอบอะไรบางอย่างว่าลักษณะการเขียนที่เป็นเชิงคำพูดหรือคำที่มันง่ายต่อการสื่อสาร สามารถจะเป็นบทความที่ดีได้ไหม
หลังจากที่เราได้บทความบทความหนึ่งแล้วเนี่ยเราก็จะมาจัดการองค์ประกอบต่างๆตาม SEO Onpage เช่นการกำหนดหัวข้อการแบ่งพารากราฟการกำหนดรูปภาพหรือแม้แต่การควบคุม keyword density ความหนาแน่นของ keyword การทำตัวหนาตัวเอียง
ปัจจัยสำคัญของวิธีทำ SEO 2021/2022 ของผมเชื่อว่ามันคือ คอนเทนท์ ในการจะชนะด้วยการเขียนคนที่เป็นหนี้จริงๆแล้วจะบอกว่ามันยากก็ยากนะครับจะบอกว่ามันง่ายมันก็ง่ายเคยสังเกตไหมครับว่าบางคนเป็นหนี้มีการเป็นที่สนใจมากแต่มีการพูดปากต่อปากนั่นแหละครับเป็นหนึ่งในเทคนิค SEO ที่เราไม่ควรมองข้าม
อ่านต่อ การเขียนบทความ SEO เทคนิคขั้นสูง
2. Page Load Time สำหรับ Blog9T ผมได้ทำการปรับแต่ง Template ให้กินทรัพยากรให้น้อยที่สุด โหลดไวเท่าที่สามารถจะทำได้ เพราะเวลาไม่เคยรอใคร ซึ่งเราก็ไม่อยากเสียเวลารอ แน่นอนว่าการเข้าหน้าเว็บไซต์ ที่โหลดช้าๆ ใช้เวลาโหลดนานมากๆนั้น บางทีเราเองก็ไม่อยากรอใช่ไหมครับ ก็มีทางเลือกคือ รอต่อไป หรือ เปลี่ยนเว็บดีกว่า จะดีกว่าไหมครับถ้าหน้าเว็บมีการโหลด เข้าถึงได้รวดเร็ว ไม่เสียเวลา การใช้เวลาในหน้าเว็บก็สำคัญเช่นกัน Google เลยมีตัวแปรที่ชื่อว่า bounce rate ซึ่งหมายถึงการที่ ผู้เยี่ยมชมพึงพอใจหรือเปล่า แน่นอนว่าถ้าไม่ Google เองก็เห็นด้วย
3. Internal Links ถ้าคุณมองเห็นเว็บไซต์ที่เหมือน Wikipedia คุณจะพบว่า นั่นแน่ internal links บนหน้าเว็บเยอะเหลือเกิน เป็นลิ้งที่จากหน้าหนึ่งไปสู่หน้าหนึ่งในหน้าเว็บที่ต่างกัน แต่ภายใต้โดเมนเดียวกัน โดยคุณอาจจะใช้เป็น Keyword หรือประโยคที่บ่งบอกถึงหน้าเว็บที่เกี่ยวข้องกัน นอกจากจะทำให้ Google สามารถตามเก็บข้อมูลได้อย่างง่ายดายแล้ว ผู้เยี่ยมชมเองก็สามารถอ่านเนื้อหา อื่นๆ หรือตอนต่อไปได้โดยง่าย เปรียบเสมือนป้ายบอกทางนั่นเอง นอกเหนือจาก internal links แล้ว ที่ขาดไม่ได้ก็หนีไม่พ้น external links ซึ่งเป็นลิ้งค์ที่มาจากเว็บอื่นๆ เคยเห็นบรรณานุกรมไหมครับ การอ้างอิงเนื้อหาที่คล้ายคลึงกัน แน่นอนว่าลิ้งที่เราทำ external links นั้นก็ควรเป็นเว็บที่มีความน่าเชื่อถือมีคุณภาพด้วย Google ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน
4. Bounce Rates จะให้นิยาม bounce rates ว่า เป็นการเข้าถึงเนื้อหาที่ง่าย และรวดเร็ว ซึ่ง bounce โดยความหายคือ ปกติแล้วผู้เยี่ยมชมจะคลิกลิ้งค์จากหน้า Search ใช่ไหมครับ แล้วจะมีเหตการณ์ต่อไปนี้คือ คลิกเข้าไปแล้วพบว่าเนื้อหาไม่ตอบโจทย์ หรือเว็บไซต์ไม่ OK เรามักจะกดปุ่ม back และเปลี่ยนไปเว็บต่อๆไป ซึ่ง Google เองได้เก็บสถิติเช่นกัน จึงเป็นการบอกได้ว่าเว็บนั้นไม่ตอบโจทย์ แล้วเราจะทำยังไงให้มันดีหละ ลองยกตัวอย่างใน Google searches เช่น คนค้นว่า "รองเท้าราคาถูก" แล้วเข้าเว็บไซต์ไป พบว่า มันไม่ใช่รองเท้า หรือ กลายเป็นรองเท้าราคาแพง ซึ่งไม่ตอบโจทย์ แน่นอนว่าต้องย้อนกลับมาค้นใหม่อีกครั้ง และเปลี่ยนเว็บไปเว็บต่อๆไปนั่นเอง "ผู้เยี่ยมชมไม่เจอสิ่งที่เขาต้องการ" ซึ่ง Google รู้ เพราะว่าเขาเข้าไปเว็บไซต์นั้นแล้วกดปุ่มย้อนกลับมา แล้วเปลี่ยนเว็บ กลับกัน ถ้าผู้เยี่ยมชมคนนั้นค้นหาแล้วเข้าไปอ่านหรือตอบสนองความต้องการของเขาได้ นี่เป็นการบอก Google ทางอ้อมว่าผู้เยี่ยมชม happy และแน่นอนว่า Google ก็ happy เช่นกัน
5. Time and Visitor Stays on Your Page Google สามารถติดตามผู้เยี่ยมชมว่าใช้เวลาเข้าชมนานหรือไม่ ซึ่งหากเราต้องการทราบเช่นเดียวกันจุงต้องพึ่งเครื่องมือที่ชื่อว่า Google Analytics เป็นบริการที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการติดตามผู้เยี่ยมชม ว่าเข้ามาจากไหน เข้ามานานไหม ค้นมาจากคำว่าอะไร และเป็นการติดตามที่น่าเชื่อถือได้ สามารถนำมาวิเคราะห์และพัฒนาแก้ไขในคราวต่อๆไปได้เช่นกัน
6. Trust and Authority จริงๆแล้วความน่าเชื่อถือคือหนึ่งในการวัดจากตัวแปรของ off-page แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าความน่าเชื่อถือ ก็เกิดขึ้นได้ในปัจจัยภายในนี้ (On-page SEO) ตัวแปรนี้พึ่งมาเป็นจุดสำคัญใน ปี 2020 โดย Google ได้อัปเดตในหัวข้อ Medic Update ช่วงเดือนสิงหาคมนั่นเอง กล่าวคือ ความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือ มีผลต่อการจัดอันดับในเว็บหมวดหมู่ สุขภาพและ การเงิน จะเกิดอะไรขึ้นถ้ากลุ่มเว็บไซต์ประเภทนี้เชื่อถือไม่ได้ เกิดข่าวปลอม หรือความเชื่อผิดๆขึ้นมาทำให้เกิดผลเสียต่อผู้เยี่ยมชม และถ้ามาจากการค้นหาด้วย Google ด้วยหละ แน่นอนว่า Google ไม่ยอมแน่ๆ และสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แน่นอนว่าต้องเกิดจากเสียงที่มาของการอ้างอิงเว็บต่างๆ หรือมีการกล่าวถึงว่าเป็นเว็บไซต์ที่ควรแนะนำจากแหล่งอ้างอิงที่มีคุณภาพ แปลง่ายๆเลยก็คือ Backlinks คุณภาพนั่นเอง แต่เดียวก่อน นั่นมันส่วนของปัจจัยภายนอก (Off-page SEO) ซึ่งเดี๋ยวผมจะมาแจกแจงให้ฟังว่ามีอะไรบ้าง กลับมาในส่วนของ On-page จะทำยังไงให้น่าเชื่อถือ แน่นอนว่าเนื้อหาก็ต้องมีคุณภาพถึงจะมีการยอมรับจากหลายๆที่ แน่นอนว่าวัดจากอะไร Bounce Rates + Time Visitor คือคำตอบครับ

Off Page SEO ทำยังไง

1. Click-through Rates (CTR) หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นชินกับคำนี้ ดังนั้นผมจะอธิบายโดยยกตัวอย่างคร่าวๆ เช่น เมื่อมีคนค้นหาแล้วเลือกที่จะคลิกเข้าชมเว็บไซต์ที่อยู่อันดับที่ 5 ซึ่งโดยปกติแล้วคนที่ค้นหามักจะต้องเจอกับเว็บไซต์อันดับ 1-4 ก่อนถูกไหมครับ แต่ดันไปสนใจเลือกเข้าชมในเว็บอันดับที่ 5 ก็เป็นการบอกนัยๆว่า เว็บที่ 5 นั้นน่าสนใจกว่า แน่นอนว่า Google ก็ได้นำพฤติกรรมเหล่านี้มาเป็นปัจจัยส่วนหนึ่ง แน่นอนว่าถ้าเราโกงโดยการทำแบบนั่นอยู่เป็นประจำหละแน่นอนว่าไม่นาน Google ก็จะปรับตกแทน "เนื้อหาแย่ก็ติดอันดับดีๆได้ แต่อยู่ได้ไม่นาน" เป็นต้น
2. Social Signals Social Signals เช่นการมี Tweets, Facebook shares, Pinterest pins เยอะๆมันก็เป็นการบอกนัยๆที่เป็นความหมายว่าเนื้อหาน่าสนใจ ชอบถูกใจ เลยกดแชร์ มีประโยชน์ต่อเราจึงนำมาบอกต่อๆกันไป แน่นอนว่า Google ก็ได้นำมาเป็น 1 ใน ปัจจัยการจัดอันดับเช่นกันแต่ถึงอย่างไรก็ตาม หากเป็นการแชร์ซึ่งมาจากผิดๆ เช่น ข่าวปลอม สร้างกระแส ดราม่า ที่เกิดการแชร์ แต่เป็นผลเสียต่อผู้เยี่ยมชมเพราะเป็นการโฆษณาชวนเชื่อแล้วละก็จะอยู่ได้ไม่นานแน่นอน
3. Backlinks หากเพื่อนๆอ่านทุกบรรทัดแล้วละก็ข้างบนผมจะมีการกล่าวถึง เรื่องความน่าเชื่อถือ (Trust & Authority) ข้างบน ผมจะยกตัวอย่างดังนี้ เมื่อ Blog9T ได้สร้างโปรไฟล์ หรือเว็บอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง SEO และได้ให้ความเห็นในทางเดียวกัน ทำให้เกิดมุมมองความน่าเชื่อถือที่เกี่ยวข้องกับ SEO ถามว่าปัจจุบัน Backlinks ยังสำคัญอยู่ไหม แน่นอนว่าเป็น 1 ในปัจจัยที่สำคัญในส่วนของ Off-page เลยหละ ซึ่งในคู่มือการทำ SEO โดย Google ก็ยังไม่ได้ลบออกไปไหน แต่มันก็ไม่ใช่คำตอบของทั้งหมดอยู่ดี ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นคือ การได้รับ Backlinks เป็นจำนวนมากๆ จากเว็บที่ไม่มีคุณภาพเลย ซึ่งจะไม่ได้ผลดีไปกว่า การที่ได้รับ Backlinks จากเว็บที่มีความน่าเชื่อถือสูงหรือ ที่เราใช้คำว่า High-quality links แนะนำ แนวทาง การทำ SEO 2021/2022 ทั้งสองอย่างนี้ จะให้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามกันนั่นเองครับ และมันจะดียิ่งกว่าเดิมหากได้ทั้งคุณภาพที่ดีและจำนวนที่เยอะขึ้น Update ตุลาคม 2564 Google ได้เพิ่ม Feature ใหม่ใน Report ของ Google Search Console สำหรับเว็บไซต์ที่มี Content ประเภท VDO สามารถกำหนด structured data หรือ Rich Snippet ได้แล้ว Algorithm Google ยังพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง

การช่วยเตือนเรื่องลิงก์ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์และการอัปเดตลิงก์สแปม

ผู้สร้างเว็บในปัจจุบันสามารถทำรายได้จากเว็บไซต์และบล็อกของตนได้หลายวิธี โดยบางวิธีการอาจทำให้เกิดการสร้างลิงก์ขาออกซึ่งถ้าหากมากเกินไปและไม่มีการทำคำอธิบายประกอบไว้อย่างถูกต้อง วิธีการนั้นๆ อาจละเมิดหลักเกณฑ์ด้านคุณภาพของเราได้ ในโพสต์นี้ เราอยากจะช่วยเตือนให้คุณทราบถึงวิธีจัดการกับลิงก์ที่อาจมีลักษณะในเชิงพาณิชย์ รวมถึงวิธีที่เราจะจัดการต่อไปในการลดผลกระทบจากลิงก์สแปมในผลการค้นหา
แนวทางปฏิบัติแนะนำ ลิงก์คือหนึ่งในวิธีที่ Google ใช้สำหรับทําความเข้าใจว่าเนื้อหาใดอาจเป็นประโยชน์แก่ผู้ค้นหา และลิงก์อาจมีผลดีต่อเว็บไซต์ที่จะได้รับหากลิงก์เหล่านั้นมีคุณค่ามากพอ แนวทางปฏิบัติแนะนำคือให้หลีกเลี่ยงวิธีการรับลิงก์ที่ละเมิดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับรูปแบบลิงก์ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณลิงก์ไปยังเว็บไซต์อื่น โปรดตรวจสอบว่าได้ทำให้ลิงก์เหล่านั้นมีคุณสมบัติเหมาะสมตามเกณฑ์ ต่อไปนี้คือหลักเกณฑ์ที่เจาะจงยิ่งขึ้นที่จะช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์จัดการลิงก์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชําระเงิน การสนับสนุน หรือลิงก์ในเชิงพาณิชย์
ลิงก์แอฟฟิลิเอต ลิงก์แอฟฟิลิเอตคืออะไร ลิงก์แอฟฟิลิเอตในหน้าเว็บต่างๆ เช่น รีวิวผลิตภัณฑ์หรือคำแนะนำการช็อปปิ้ง เป็นวิธีทั่วไปที่บล็อกและผู้เผยแพร่เนื้อหาใช้ในการสร้างรายได้จากการเข้าชม โดยทั่วไปแล้ว การใช้ลิงก์แอฟฟิลิเอตเพื่อสร้างรายได้ให้กับเว็บไซต์นั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ เราขอให้เว็บไซต์ที่เข้าร่วมโปรแกรมแอฟฟิลิเอตตรวจสอบคุณสมบัติของลิงก์เหล่านี้ด้วย rel="sponsored" ทั้งลิงก์ที่สร้างด้วยตนเองหรือที่สร้างแบบไดนามิก
โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงการจัดอันดับการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ และเพื่อเป็นการให้รางวัลแก่เนื้อหาที่มีคุณภาพสูง เมื่อพบเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามเกณฑ์ของลิงก์แอฟฟิลิเอต เราอาจใช้การดําเนินการโดยเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันไม่ให้ลิงก์เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อ Search และระบบของเราอาจดําเนินการกับอัลกอริทึมด้วย ทั้งการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่และการดำเนินการกับอัลกอริทึมอาจส่งผลต่อการแสดงเว็บไซต์ใน Search จึงขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้มีการดำเนินการดังกล่าวหากทำได้
โพสต์ของผู้สนับสนุนและผู้มาเยือน โพสต์ของผู้สนับสนุนและผู้มาเยือนคืออะไร อีกวิธีหนึ่งที่ใช้กันทั่วไปในการสร้างรายได้จากเว็บไซต์คือการยอมรับโพสต์ของผู้สนับสนุนและผู้มาเยือนจากเว็บไซต์อื่นๆ บทความเหล่านี้เขียนขึ้นโดยหรือในนามของเว็บไซต์แห่งหนึ่งและเผยแพร่บนเว็บไซต์อื่น ที่ผ่านมาเราสังเกตเห็นว่าแคมเปญของโพสต์ที่มีคุณภาพต่ำจากผู้สนับสนุนและผู้มาเยือนมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ลิงก์เป็นหลัก
ถึงแม้ว่าเราจะทำได้ดีพอสมควรในการตรวจพบและทำให้รูปแบบลิงก์ดังกล่าวใช้งานไม่ได้ แต่ก็ขอแนะนําอย่างยิ่งให้เจ้าของเว็บไซต์ใช้ค่า rel ที่เหมาะสมกับลิงก์เหล่านี้ เช่นเดียวกับลิงก์แอฟฟิลิเอต หากเราตรวจพบเว็บไซต์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่หรือได้ลิงก์กับโพสต์ของผู้สนับสนุนและผู้มาเยือนมากเกินโดยที่ไม่มีแท็กลิงก์ที่เหมาะสม อาจมีการใช้การดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่หรืออัลกอริทึม
การปรับปรุงระบบเพื่อต่อสู้กับลิงก์สแปม โดยภาพรวม ประสิทธิภาพของลิงก์สแปมลดลงอย่างมากในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นเพราะเราทำการปรับปรุงระบบการจัดอันดับและระบบตรวจจับสแปมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นเพราะเว็บไซต์ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของเรา โดยมุ่งเน้นที่การสร้างเว็บไซต์ที่ให้ประสบการณ์ของผู้ใช้ที่ยอดเยี่ยมและนําเสนอเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีส่วนที่ยังสามารถปรับปรุงได้อีกอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราตรวจพบเว็บไซต์ที่สร้างลิงก์สแปมโดยเจตนาเพื่อบิดเบือนการจัดอันดับ และโดยมากมักใช้วิธีการหลอกลวง
ด้วยความพยายามปรับปรุงคุณภาพผลการค้นหาอย่างต่อเนื่อง ในวันนี้เราจึงเปิดตัวการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่จะใช้ต่อสู้กับลิงก์สแปม ซึ่งเราเรียกว่า "การอัปเดตลิงก์สแปม" การอัปเดตอัลกอริทึมนี้จะเปิดตัวในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในการระบุและทำให้ลิงก์สแปมใช้งานไม่ได้ โดยจะทำงานได้กว้างขึ้นในภาษาต่างๆ เว็บไซต์ที่มีส่วนร่วมในลิงก์สแปมจะเห็นการเปลี่ยนแปลงใน Search เพราะลิงก์เหล่านั้นจะถูกประเมินอัลกอริทึมใหม่
และเช่นเคย เจ้าของเว็บไซต์ควรปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติแนะนําเกี่ยวกับลิงก์ทั้งลิงก์ขาเข้าและลิงก์ขาออก การมุ่งผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพสูงและการปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้จะให้ผลดีกว่าเสมอเมื่อเทียบกับลิงก์ที่มีการบิดเบือน ส่งเสริมให้เกิดการรับรู้เกี่ยวกับเว็บไซต์ของคุณโดยใช้ลิงก์ที่ติดแท็กอย่างเหมาะสม และสร้างรายได้จากลิงก์แอฟฟิลิเอตที่ติดแท็กอย่างถูกต้อง SEO trends 2022 ในปีหน้า ผลจากการปรับอัลกอริทึม Google และจาก User experience อัลกอริธึมเหล่านี้ได้รับการอัปเดตมาตลอดทั้งปี พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนแปลงเพราะว่ามีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ปัจจัยที่มีผลต่อ SEO จึงมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นมาอีก เว็บไซต์ไหนที่มีผลกระทบด้าน SEO แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ ว่ามันอาจจะประสบความสำเร็จ มีอันดับที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน สาธุ เพี้ยง ฮ่า ฮ่า แนวโน้ม SEO มันมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปีที่แตกต่างกันไป ปัจจัยในการทำ Content เนื้อหาที่มีคุณภาพและสมบูรณ์ก็ยังต้องพัฒนาขึ้นมากกว่าเดิม มาดูกันดีกว่าว่าเราจะทำอันดับให้ดีขึ้นในปีหน้าได้อย่างไร

AI กำลังมาแน่นอน

AI หรือปัญญาประดิษฐ์กำลังได้นำมาใช้ในบริษัทต่างๆ มากขึ้น ตั้งแต่ส่วนการดูแลสุขภาพรวมไปถึงการธนาคาร ความนิยมที่เพิ่มขึ้นจึงไม่แปลกหรอกครับว่าจะถูกนำมาใช้ในธุรกิจที่ใช้เว็บไซต์ได้เช่นกัน ด้วยหลายเหตุผลที่ว่ามานี้ AI สามารถช่วยตรวจสอบเว็บไซต์ รายงาน ได้โดยอัตโนมัติ ในขณะเดียวกัน ความสามารถด้านการวิเคราะห์ของมันช่วยให้การพัฒนาให้หน้าสนใจในกลุ่มเป้าหมายที่มากขึ้น เพราะมันวิเคราะห์มาแล้ว ทำให้สามารถตรวจสอบพฤติกรรมมนุษย์ ว่าสิ่งไหนคนชอบ ไม่ชอบนั่นเอง

Voice Search หรือ ค้นหาด้วยเสียง

ใน Google Assistant, Siri และ Alexa มีการปรับปรุงคุณสมบัติการคนหาด้วยเสียงมากขึ้น มันเป็ความสะดวกสบายที่คนเราใช้เครื่องมือนี้ ส่งผลให้ผู้ใช้ส่วนมากก็จะค้นหาด้วยเสียงมากกว่าการพิมพ์ จากในปี 2019 ในฝั่ง อเมริกาใช้ถึง 33% ในขณะเดียวกันปี 2018 ใช้แค่ 27% เท่านั้น ทั้งหมดมาจากข้อมูลทางสถิติ แต่เราก็ต้องเตรียมตัวสำหรับปีหน้า เราต้องปรับเนื้อหาให้เหมาะสมเพื่อตอบสนองต่อการค้นหาด้วยเสียงนั่นเอง

SEO Videos มาแน่นอน

Content ในรูปแบบวิดีโอ เพิ่มขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านๆมา จากตัวอย่างใน Youtube มีผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านคนแล้ว ใน Instaram แม้แต่ใน Tiktok ก็ทำให้เราเห็นว่ามีผู้ใช้มากขึ้นจริงๆ จากสถิติพบว่า 27% ใช้เวลาอย่างน้อย 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์กับวิดีโอ ในขณะที่ 15.4% ใช้จ่าย 7-10 และ 18.3% ใช้เวลา 4-7 ชั่วโมง ด้วยเหตุนี้เอง การทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในแพลตฟอร์ม Youtube, Instagram, TikTok จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น สงสัย Blog9t ต้องหันมาทำ Youtube บ้างซะแล้ว ฮ่า ฮ่า อย่าลืมกด Like กด Share และ Subscribe ด้วยนะครับ

Mobile-Friendly ก็ยังเป็นเทรนที่ยังไม่ตกยุกต์

ในเมื่อผู้คนใช้โทรศัพท์มือถือแทบที่จะใช้คอมพิวเตอร์ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต สูงขึ้นมาก Google เคยได้ประกาศว่า Mobile-first Indexing เป็นสิ่งที่จำเป็นในปี 2019 ดังนั้น หากเว็บไซต์ของคุณยังไม่รองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ การทำ Responsive website ให้เหมาะสมไม่ว่าจะเข้าด้วยมือถือรุ่นไหน ขนาดเท่าไร ก็ต้องสามารถใช้งานได้ตามปกติ คุณต้องพิจารณาใหม่แล้วหละครับ

Google's EAT

คุณภาพของเนื้อหามีความสำคัญมากในการจัดอันดับใน Search Engine แต่ก็อย่างว่าแหละ "เนื้อหาที่มีคุณภาพ" ประกอบด้วยอะไรหละ ปัจจัยนั้นถูกแบ่งเป็น 3 ข้อคือ expertise, authoritativeness, และ trustworthiness ซึ่งภายหลัง Google แยกแยะได้แล้วว่าเว็บไหนนำเสนอเนื้อหาที่ทำให้เกิดเข้าใจผิด ไม่ดี และไม่ถูกต้อง เชื่อถือได้ไหม ระบุเป้าหมายผู้ใช้งาน ตรงต่อความต้องการผู้ใช้งานหรือเปล่า เนื้อหา มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ แหล่งที่มาที่การแชร์มาเป็นเว็บไซต์ที่ดีหรือไม่ สิ่งสำคัญคือ หลักการใน EAT ไม่ว่าปีไหน ปี 2022 Google ก็ยังคงพิจารณาให้ดีที่สุดของผู้ใช้อยู่ดี

Featured Snippets ยังยังเป็นสิ่งที่จำเป็นเสมอ

เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงเนื้อหาการทำให้ดูโดดเด่นน่าดึงดูดผู้อ่าน โดยการใช้คำถามในการตอบความต้องการของผู้ค้นหา ซึ่งในส่วนนี้ผมได้เกริ่นไปในข้างต้นแล้ว

ทำไม SEO Trends ถึงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา?

ไม่แปลกใจเลยสำหรับคำถามที่ เพราะปัจจัยที่สำคัญคือ ผู้คนที่คาดหวังว่าการค้นหาในอินเทอร์เน็ตมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ดังนั้นการอัปเดตอัลกอริทึมให้เข้ากับยุกต์สมัยใหม่ ที่ใหม่เรื่อยๆแหละ 555 ไม่สิ้นสุด
อ่านต่อ การทำ SEO 2022 ให้เว็บคุณขึ้นอันดับ 1 Google